ใช้ AI ในธุรกิจไทย ใครต้องรับผิดเมื่อเกิดปัญหา? เช็กลิสต์ลดความเสี่ยงก่อนเลือกเครื่องมือ

webmaster

AI 사용에 대한 법적 책임 - Photorealistic Thai legal consultant and small business owner reviewing AI-generated work on a lapto...

การใช้ AI ไม่ได้ย้ายความรับผิดไปให้เครื่องมือโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้งาน บริษัท ผู้พัฒนา และผู้ให้บริการอาจมีบทบาทต่างกันตามข้อมูล งานที่สั่ง และการควบคุมบทความนี้สรุปจุดเสี่ยง กรอบตรวจสอบ และเกณฑ์เลือก AI สำหรับธุรกิจไทยอย่างรอบคอบ

AI 사용에 대한 법적 책임 관련 이미지 1

บทนำ:เมื่อ AI สร้างปัญหา ความรับผิดไม่ได้ย้ายไปอยู่ที่เครื่องมือโดยอัตโนมัติ แต่เกี่ยวข้องกับผู้ที่เลือกข้อมูล สั่งงาน ตรวจทาน และนำผลลัพธ์ไปใช้ด้วย
ธุรกิจไทยจึงควรดูทั้งการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล เงื่อนไขผู้ให้บริการ และกระบวนการอนุมัติงานก่อนเริ่มใช้งานจริง
บัญชี AI ทั่วไปอาจเหมาะกับงานร่างที่ไม่มีข้อมูลลับ ขณะที่งานลูกค้า เอกสารภายใน หรือการตัดสินใจสำคัญต้องมีการกำกับดูแลมากขึ้น
การเปรียบเทียบแพ็กเกจ AI สำหรับธุรกิจไม่ควรมองเพียงความสามารถของระบบ แต่ควรดูการควบคุมบัญชี การจัดการข้อมูล และสัญญาด้วย
บทความนี้ช่วยจัดกรอบตรวจสอบเบื้องต้น เพื่อให้เลือกเครื่องมือหรือผู้ให้บริการได้รอบคอบขึ้น
สำหรับกรณีเฉพาะที่มีความเสี่ยงสูง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือความปลอดภัยข้อมูลตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

สรุปอย่างรวดเร็ว

  • ความรับผิดมักผูกกับการตัดสินใจใช้ข้อมูลและการควบคุมงาน ไม่ใช่คำตอบจาก AI เพียงอย่างเดียว
  • ข้อมูลส่วนบุคคลอาจอยู่ภายใต้ PDPA และผลงานจาก AI อาจมีประเด็นลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า หรือความลับทางการค้า
  • ก่อนเลือกเครื่องมือ ควรตรวจเงื่อนไขข้อมูล สิทธิผู้ดูแล การบันทึกการใช้งาน และผู้รับผิดชอบตรวจทานผลลัพธ์
ทางเลือกใช้งาน AI ข้อมูลที่ส่งเข้า การควบคุมที่ควรตรวจ ความเหมาะสมเบื้องต้น
บัญชี AI ทั่วไป ควรจำกัดเป็นข้อมูลสาธารณะหรือข้อมูลร่างที่ไม่เป็นความลับ เงื่อนไขการใช้ การเก็บข้อมูล สิทธิในผลลัพธ์ งานระดมไอเดีย งานร่างทั่วไปที่ไม่มีข้อมูลลับ
แผนองค์กร อาจใช้กับงานทีมได้เมื่อผ่านการประเมินข้อมูลและเงื่อนไข สิทธิผู้ดูแล การควบคุมบัญชีทีม บันทึกการใช้งาน และนโยบายข้อมูล งานธุรกิจที่ต้องการกำกับการใช้งานภายในมากขึ้น
ระบบหรือผู้ให้บริการเฉพาะทาง ข้อมูลภายในหรือข้อมูลที่ต้องกำหนดขอบเขตชัดเจน สัญญา การรักษาความลับ ความปลอดภัย การชดใช้ และขอบเขตความรับผิด งานที่มีความอ่อนไหว งานลูกค้าสำคัญ หรือกระบวนการที่กระทบสิทธิบุคคล
Advertisement

คำตอบสั้น: เมื่อ AI สร้างปัญหา ความรับผิดไม่ได้หายไปจากคนหรือองค์กร

AI เป็นเครื่องมือช่วยสร้าง วิเคราะห์ หรือสรุปข้อมูล แต่การนำผลลัพธ์ไปใช้งานจริงยังมีคนและองค์กรเป็นผู้ตัดสินใจเสมอ หากข้อความที่สร้างขึ้นทำให้ลูกค้าเข้าใจผิด ใช้ข้อมูลโดยไม่เหมาะสม หรือกระทบสิทธิของผู้อื่น ประเด็นความรับผิดจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องของระบบเพียงฝ่ายเดียว

แยกให้ชัดระหว่างผู้ใช้ ผู้ว่าจ้าง ผู้พัฒนา และผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม

ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง บทบาทที่มักพบ จุดเสี่ยงที่ควรตรวจ
ผู้ใช้งาน ป้อนคำสั่ง เลือกข้อมูล และนำคำตอบไปใช้ ป้อนข้อมูลที่ไม่ควรเปิดเผยหรือคัดลอกผลลัพธ์ไปใช้ทันที
บริษัทหรือผู้ว่าจ้าง กำหนดนโยบาย อนุมัติงาน และดูแลพนักงานหรือผู้รับจ้าง ไม่มีแนวทางใช้งาน ไม่มีผู้ตรวจทาน หรือไม่กำหนดเจ้าของงาน
ผู้พัฒนาหรือผู้รับจ้างทำระบบ ออกแบบ เชื่อมต่อ หรือปรับระบบให้ใช้งานเฉพาะด้าน ขอบเขตงาน ความปลอดภัย การรักษาความลับ และเงื่อนไขในสัญญา
ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ให้บริการโมเดล ระบบบัญชี หรือโครงสร้างพื้นฐาน ข้อกำหนดการใช้ การเก็บและใช้ข้อมูล สิทธิในผลลัพธ์ และข้อจำกัดความรับผิด

ไม่สามารถสรุปได้ล่วงหน้าว่าใครต้องรับผิดในทุกกรณี เพราะต้องพิจารณาข้อเท็จจริง สัญญา เจตนา ระดับการกำกับดูแล และความเสียหายที่เกิดขึ้นร่วมกัน

เหตุใดคำสั่งที่ป้อน ข้อมูลที่ใช้ และการอนุมัติผลลัพธ์จึงสำคัญ

คำสั่งที่พนักงานป้อนอาจเปิดเผยข้อมูลลูกค้า ข้อมูลพนักงาน หรือเอกสารภายในโดยไม่ตั้งใจ ขณะเดียวกันผลลัพธ์ของ AI อาจไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือมีข้อความและภาพที่คล้ายกับงานของผู้อื่นได้ ดังนั้น ผู้อนุมัติให้นำงานไปเผยแพร่หรือใช้ตัดสินใจ ควรมีโอกาสตรวจแหล่งข้อมูล ความเหมาะสม และผลกระทบก่อนเสมอ

Advertisement

ตารางประเมินความเสี่ยงก่อนเลือกเครื่องมือ AI สำหรับงานธุรกิจ

ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลลับ และเอกสารลูกค้า: ระดับความเสี่ยงต่างกันอย่างไร

การจัดข้อมูลก่อนใช้งานช่วยลดความผิดพลาดได้มาก เริ่มจากแยกว่าเป็นข้อมูลสาธารณะ ข้อมูลภายใน ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลพนักงาน หรือข้อมูลที่มีความลับทางการค้า หากเป็นข้อมูลส่วนบุคคล การใช้อาจเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA จึงไม่ควรนำเข้าสู่แพลตฟอร์มเพียงเพราะทำงานได้สะดวกขึ้น

เอกสารลูกค้าอาจมีทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ข้อตกลงทางธุรกิจ และรายละเอียดที่เป็นความลับ การป้อนทั้งไฟล์โดยไม่มีการคัดกรองจึงมีความเสี่ยงมากกว่าการใช้ข้อความตัวอย่างที่ตัดข้อมูลระบุตัวบุคคลและสาระสำคัญออกแล้ว

เปรียบเทียบบัญชีทั่วไป แผนองค์กร และระบบ AI ที่พัฒนาเฉพาะงาน

การเลือก แพ็กเกจ AI สำหรับธุรกิจ ควรเริ่มจากลักษณะงาน ไม่ใช่เริ่มจากฟีเจอร์ที่ดูมากที่สุด บัญชีทั่วไปอาจเพียงพอสำหรับการร่างหัวข้อบทความหรือสรุปข้อมูลสาธารณะ ส่วนงานที่ต้องให้หลายคนใช้ร่วมกันควรดูสิทธิผู้ดูแล การควบคุมบัญชีทีม และการบันทึกการใช้งาน

หากต้องเชื่อม AI เข้ากับข้อมูลภายในหรือกระบวนการบริการลูกค้า การใช้บริการองค์กรหรือผู้ให้บริการเฉพาะทางอาจทำให้กำหนดเงื่อนไขการดูแลข้อมูลได้ชัดขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่มีเครื่องมือใดรับรองได้ว่าปลอดความเสี่ยงทางกฎหมายทั้งหมด แม้จะมีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยก็ตาม

ค่าใช้จ่ายที่ควรคิดรวม: ค่าซอฟต์แวร์ การตรวจทาน การอบรม และที่ปรึกษา

ค่าใช้จ่ายไม่ได้มีเฉพาะค่าบริการรายเดือนหรือรายปีของซอฟต์แวร์ ควรรวมเวลาของผู้ตรวจทาน การอบรมทีม การจัดทำนโยบายใช้งาน และการขอคำแนะนำด้านกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อจำเป็นด้วย ระบบที่ราคาดูต่ำอาจไม่เหมาะ หากองค์กรต้องเสียเวลามากกับการแก้ไขงานหรือควบคุมการใช้ข้อมูลภายหลัง

Advertisement

จุดกฎหมายที่มักเกี่ยวข้องกับการใช้งานจริงในไทย

PDPA และการนำข้อมูลส่วนบุคคลเข้าแพลตฟอร์ม

ในประเทศไทย การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลอาจอยู่ภายใต้ PDPA ก่อนนำชื่อ เบอร์โทร อีเมล ประวัติพนักงาน หรือข้อมูลลูกค้าเข้าสู่ AI ควรตรวจว่าข้อมูลนั้นจำเป็นต่อวัตถุประสงค์หรือไม่ ใครเข้าถึงได้ ผู้ให้บริการเก็บหรือใช้ข้อมูลอย่างไร และองค์กรมีแนวทางจัดการข้อมูลดังกล่าวไว้หรือไม่

คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ “ระบบเก่งแค่ไหน” แต่คือ ข้อมูลใดถูกส่งไปที่ใด และใครเป็นผู้อนุมัติ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการตีความในกรณีเฉพาะ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล

ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และเนื้อหาที่ AI สร้าง

ข้อความ ภาพ หรือแนวคิดที่ AI สร้างอาจมีความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า หรือการนำเนื้อหาของผู้อื่นไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะงานโฆษณา หน้าเว็บไซต์ บรรจุภัณฑ์ และสื่อสังคมออนไลน์ที่สื่อสารต่อสาธารณะ

ก่อนเผยแพร่ ควรตรวจคำกล่าวอ้าง ชื่อแบรนด์ โลโก้ ภาพอ้างอิง และความคล้ายกับผลงานของบุคคลอื่น ไม่ควรใช้ผลลัพธ์เพียงเพราะระบบระบุว่าใช้งานได้

สัญญา ความลับทางการค้า และความรับผิดเมื่อจ้างผู้ให้บริการภายนอก

เมื่อจ้างบริษัทภายนอกพัฒนาระบบ AI หรือดูแลกระบวนการข้อมูล สัญญาควรระบุขอบเขตบริการ การรักษาความลับ มาตรการความปลอดภัย ขอบเขตความรับผิด และการชดใช้ความเสียหายตามที่คู่สัญญาตกลงกัน การดูเพียงเอกสารเสนอราคาอาจไม่พอ เพราะเงื่อนไขการใช้ข้อมูลและการส่งมอบงานอาจอยู่ในเอกสารคนละส่วน

Advertisement

ขั้นตอนใช้งานอย่างรอบคอบ เพื่อลดความผิดพลาดที่หลีกเลี่ยงได้

กำหนดรายการข้อมูลที่ห้ามป้อนเข้าสู่ AI

องค์กรควรมีรายการที่เข้าใจง่าย เช่น ห้ามป้อนข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็น เอกสารลูกค้าที่มีข้อมูลอ่อนไหว รหัสผ่าน ข้อมูลบัญชี หรือรายละเอียดความลับทางการค้าโดยไม่ผ่านขั้นตอนที่กำหนด รายการนี้ควรสื่อสารกับทั้งพนักงานประจำ ฟรีแลนซ์ และผู้รับจ้างที่เข้าถึงงาน

ตั้งผู้ตรวจทานสำหรับงานที่กระทบลูกค้า รายได้ หรือสิทธิของบุคคล

งานที่ใช้ตัดสินใจเกี่ยวกับการรับพนักงาน การอนุมัติสินเชื่อ หรือการประเมินลูกค้า ควรมี มนุษย์ตรวจสอบและช่องทางทบทวนผล ไม่ควรปล่อยให้ AI เป็นผู้ตัดสินใจโดยไม่มีผู้รับผิดชอบ งานบริการลูกค้าที่มีคำถามอ่อนไหวก็ควรมีทางส่งต่อเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจน

บันทึกคำสั่ง แหล่งข้อมูล เวอร์ชัน และการอนุมัติในงานสำคัญ

สำหรับงานสำคัญ การบันทึกว่าใช้คำสั่งใด อ้างอิงข้อมูลจากที่ใด ใช้ระบบหรือเวอร์ชันใด และใครอนุมัติ ช่วยให้ย้อนตรวจได้เมื่อต้องแก้ไขข้อผิดพลาดหรืออธิบายกระบวนการภายใน ไม่จำเป็นต้องเก็บทุกข้อความในทุกงาน แต่ควรกำหนดระดับงานที่ต้องเก็บหลักฐานให้ชัด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: คัดลอกคำตอบไปใช้ทันทีและมองข้ามเงื่อนไขบริการ

ความผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือเชื่อคำตอบของ AI โดยไม่ตรวจข้อเท็จจริง นำข้อมูลจริงไปทดสอบในบัญชีส่วนตัว หรือสมัครใช้เครื่องมือแล้วไม่อ่านนโยบายข้อมูล อีกข้อหนึ่งคือไม่มีผู้รับผิดชอบชัดเจน เมื่อเกิดปัญหาจึงไม่รู้ว่าใครต้องหยุดใช้งาน ตรวจสอบ หรือแจ้งผู้เกี่ยวข้อง

Advertisement

ใช้ต่างกันอย่างไรตามประเภทงานและระดับความเสี่ยง

งานเขียนการตลาดและสื่อสังคม: ตรวจคำกล่าวอ้าง ภาพ และแบรนด์

AI ช่วยร่างแคปชัน หัวข้อโฆษณา และแนวคิดภาพได้ แต่ทีมควรตรวจว่าคำกล่าวอ้างไม่เกินจริง ชื่อสินค้าและเครื่องหมายการค้าถูกต้อง และภาพหรือข้อความไม่สร้างความเข้าใจผิด การอนุมัติก่อนเผยแพร่ยังเป็นขั้นตอนสำคัญ แม้งานจะถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว

งานบริการลูกค้า: ออกแบบการส่งต่อให้เจ้าหน้าที่เมื่อคำถามมีความอ่อนไหว

แชตบอตหรือผู้ช่วยตอบคำถามอาจช่วยตอบคำถามทั่วไปได้ดี แต่ควรออกแบบจุดส่งต่อให้เจ้าหน้าที่เมื่อคำถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ข้อร้องเรียน เงื่อนไขสำคัญ หรือสถานการณ์ที่ต้องใช้ดุลยพินิจ การให้ระบบตอบแทนทุกกรณีอาจเพิ่มความเสี่ยงมากกว่าลดต้นทุน

งาน HR การเงิน และข้อมูลสุขภาพ: เหตุผลที่ต้องยกระดับการกำกับดูแล

AI 사용에 대한 법적 책임 관련 이미지 2

งานที่มีผลต่อสิทธิหรือโอกาสของบุคคล เช่น HR การเงิน และข้อมูลสุขภาพ ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลและการตัดสินใจที่ส่งผลจริง ควรประเมินข้อมูลที่ใช้ กำหนดผู้ตรวจทาน และเปิดทางให้มีการทบทวนผลก่อนนำไปใช้

Advertisement

เลือกบริการและเปรียบเทียบเงื่อนไขก่อนตัดสินใจ

คำถามที่ควรถามผู้ให้บริการเรื่องการเก็บ ใช้ และลบข้อมูล

ก่อนสมัครแผนองค์กรหรือจ้างผู้ให้บริการ AI ควรตรวจว่าแพลตฟอร์มเก็บข้อมูลอะไร ใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาบริการหรือไม่ มีทางเลือกจัดการหรือลบข้อมูลอย่างไร และสิทธิในผลลัพธ์เป็นอย่างไร คำตอบเหล่านี้อาจแตกต่างกันตามบริการและเงื่อนไขที่เลือกใช้

ตรวจสิทธิผู้ดูแล ระบบบันทึกการใช้งาน และการควบคุมบัญชีทีม

สำหรับทีม ควรดูว่าใครเพิ่มหรือลบบัญชีได้ ใครเข้าถึงพื้นที่ทำงานร่วมกันได้ และมีวิธีติดตามการใช้งานหรือไม่ จุดเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงจากบัญชีที่ไม่มีผู้ดูแลหรือการแชร์ข้อมูลข้ามทีมโดยไม่จำเป็น

เมื่อใดควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือความปลอดภัยข้อมูล

ควรพิจารณาขอคำแนะนำเมื่อโครงการเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก เอกสารภายในที่มีความลับ การเชื่อมต่อระบบภายใน การตัดสินใจสำคัญต่อบุคคล หรือสัญญากับผู้ให้บริการภายนอก การตรวจตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการมักทำให้กำหนดขอบเขตและผู้รับผิดชอบได้ชัดกว่าแก้ปัญหาหลังใช้งานแล้ว

Advertisement

เลือกตามระดับความเสี่ยง: สรุปก่อนเริ่มใช้ AI ในองค์กร

ความเสี่ยงต่ำ: งานร่างทั่วไปที่ไม่มีข้อมูลลับ

เช่น การคิดหัวข้อ การร่างโครงสร้าง หรือการสรุปเนื้อหาสาธารณะ อาจใช้เครื่องมือทั่วไปได้หากทีมยังตรวจความถูกต้องก่อนนำไปใช้ และไม่ป้อนข้อมูลที่ไม่ควรเปิดเผย

ความเสี่ยงปานกลาง: งานที่สื่อสารกับลูกค้าหรือเกี่ยวกับแบรนด์

ควรมีผู้อนุมัติ ตรวจคำกล่าวอ้าง ภาพ แบรนด์ และเงื่อนไขการใช้งานของบริการให้เหมาะกับรูปแบบงาน โดยเฉพาะเมื่อมีหลายคนเข้าถึงบัญชีเดียวกัน

ความเสี่ยงสูง: ข้อมูลส่วนบุคคล การตัดสินใจสำคัญ และเอกสารภายใน

ควรยกระดับการควบคุมข้อมูล ตรวจสัญญาและนโยบายอย่างละเอียด กำหนดผู้รับผิดชอบ และให้มนุษย์ทบทวนผลลัพธ์ก่อนใช้ตัดสินใจจริง

Advertisement

เกณฑ์เลือกและสรุปการเปรียบเทียบ

ก่อนเลือกเครื่องมือหรือแพ็กเกจ AI สำหรับธุรกิจ ให้ตรวจอย่างน้อย 5 เรื่อง ได้แก่ ประเภทข้อมูลที่จะป้อน เงื่อนไขการเก็บและใช้ข้อมูล สิทธิผู้ดูแลบัญชีทีม ขั้นตอนตรวจทานผลลัพธ์ และ สัญญาหรือขอบเขตความรับผิด หากงานเกี่ยวข้องกับลูกค้า แบรนด์ หรือข้อมูลภายใน อย่าตัดสินใจจากราคาและความเร็วเพียงอย่างเดียว

ก่อนเริ่มใช้งานจริง ควรตรวจสอบสัญญา นโยบายข้อมูล และผู้รับผิดชอบของแต่ละขั้นตอน รายละเอียดเงื่อนไขและความสามารถของบริการควรดูจากหน้าแนะนำอย่างเป็นทางการของผู้ให้บริการนั้นโดยตรง

Advertisement

ส่งท้าย

AI ช่วยให้ธุรกิจทำงานเร็วขึ้นได้ แต่ไม่ควรทำให้การตรวจสอบและความรับผิดชอบหายไป การเริ่มจากงานที่ความเสี่ยงต่ำ กำหนดข้อห้ามเรื่องข้อมูล และมีผู้ตรวจทาน เป็นแนวทางที่ใช้งานได้จริงสำหรับหลายทีม

เมื่อขยายไปสู่งานที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า พนักงาน หรือเอกสารสำคัญ ควรยกระดับการกำกับดูแลตามความเสี่ยงเสมอ การเลือกบริการที่เหมาะสมจึงเป็นทั้งเรื่องของฟีเจอร์ ราคา และความพร้อมในการควบคุมข้อมูล

ข้อมูลที่ควรรู้เพิ่มเติม

1. ข้อกำหนดของผู้ให้บริการ AI อาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจฉบับล่าสุดก่อนใช้กับงานสำคัญ

2. ผลลัพธ์จาก AI ควรผ่านการตรวจข้อเท็จจริงก่อนเผยแพร่หรือใช้ตัดสินใจ

3. การแยกข้อมูลสาธารณะออกจากข้อมูลภายในก่อนป้อนเข้าสู่ระบบ ช่วยลดความเสี่ยงได้ตั้งแต่ต้นทาง

4. การอบรมทีมเรื่องข้อห้ามและขั้นตอนส่งต่อเรื่องอ่อนไหว สำคัญพอ ๆ กับการเลือกซอฟต์แวร์

สรุปข้อควรระวังสำคัญ

บทความนี้เป็นกรอบข้อมูลทั่วไป ไม่อาจชี้ขาดความรับผิดทางกฎหมายในแต่ละกรณีได้ การตีความ PDPA ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า หรือเงื่อนไขสัญญาขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ธุรกิจที่ใช้ AI กับข้อมูลส่วนบุคคล งานตัดสินใจสำคัญ หรือระบบภายในควรตรวจข้อกำหนดล่าสุดและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญตามความเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อย

Q1. บริษัทต้องรับผิดแทนพนักงานหรือไม่ หากพนักงานใช้ AI ทำงานแล้วเกิดความเสียหาย?

A1. ไม่สามารถตอบแบบตายตัวได้ เพราะต้องดูข้อเท็จจริง บทบาทของพนักงาน นโยบายของบริษัท การกำกับดูแล สัญญา และความเสียหายที่เกิดขึ้น บริษัทควรกำหนดแนวทางใช้ AI และผู้รับผิดชอบงานให้ชัดเจนเพื่อลดความเสี่ยง

Q2. นำข้อมูลลูกค้าไปใส่ AI ได้หรือไม่ และควรตรวจเรื่องใดตาม PDPA?

A2. ข้อมูลลูกค้าอาจเป็นข้อมูลส่วนบุคคลและอาจอยู่ภายใต้ PDPA จึงควรตรวจความจำเป็นของข้อมูล วัตถุประสงค์การใช้ เงื่อนไขของแพลตฟอร์ม การเก็บและใช้ข้อมูล รวมถึงแนวทางภายในขององค์กร หากเป็นกรณีที่มีความซับซ้อน ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ

Q3. ควรเลือกแพ็กเกจ AI สำหรับองค์กรเมื่อใด แทนการใช้บัญชีทั่วไป?

A3. ควรพิจารณาเมื่อมีการใช้งานเป็นทีม ต้องควบคุมบัญชีและสิทธิผู้ใช้ ต้องการตรวจสอบการใช้งาน หรือมีงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายในและลูกค้า แต่ควรเปรียบเทียบนโยบายข้อมูล สัญญา และความสามารถในการกำกับดูแลของแต่ละบริการก่อนตัดสินใจ

Q4. หาก AI สร้างข้อความหรือภาพคล้ายผลงานคนอื่น ธุรกิจควรทำอย่างไร?

A4. ควรหยุดใช้ชิ้นงานนั้นชั่วคราว ตรวจความคล้ายของข้อความ ภาพ ชื่อแบรนด์ หรือเครื่องหมายการค้า แล้วแก้ไขหรือเปลี่ยนชิ้นงานตามความเหมาะสม ไม่ควรเผยแพร่เพียงเพราะผลลัพธ์มาจาก AI หากมีความเสี่ยงหรือมีข้อโต้แย้ง ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

Q5. งานประเภทใดควรให้ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายหรือความปลอดภัยข้อมูลตรวจสอบก่อนใช้ AI?

A5. งานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล เอกสารภายใน ความลับทางการค้า การเชื่อมต่อระบบองค์กร การตัดสินใจเรื่องพนักงาน ลูกค้า หรือการเงิน และงานที่ต้องทำสัญญากับผู้ให้บริการภายนอก ควรได้รับการตรวจสอบตามระดับความเสี่ยงก่อนเริ่มใช้งานจริง